top of page
TECHVISION-TEXT
ติดต่อเรา

Follow

  • Instagram
  • Facebook
  • TikTok

TECHVISIONACCOUNT Co, Ltd.

บริษัท เทควิชั่น แอคเคาน์ติ้ง จำกัด
88/2 หมู่บ้านบุราสิริ-รังสิต หมู่ 7

ตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมืองปทุมธานี

จังหวัดปทุมธานี 12000

Location

Location

Follow

  • Instagram
  • Facebook
  • TikTok

TECHVISIONACCOUNT Co, Ltd.

บริษัท เทควิชั่น แอคเคาน์ติ้ง จำกัด
88/2 หมู่บ้านบุราสิริ-รังสิต หมู่ 7

ตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมืองปทุมธานี

จังหวัดปทุมธานี 12000

Location

Location

หสม. หรือ ห้างหุ้นส่วนสามัญ คือ อะไร เริ่มต้นธุรกิจแบบไหนคุ้มกว่า

รูปภาพนักเขียน: Techvision Accounting
Techvision Accounting
9 ส.ค. 2568
ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 9 ส.ค.

ผู้ที่อยากเริ่มธุรกิจร่วมกับเพื่อนหรือคนในครอบครัวมักเจอคำถามแรกเหมือนกันว่าจะเริ่มในรูปแบบไหนดี ห้างหุ้นส่วนสามัญเป็นทางเลือกที่ใช้เงินลงทุนน้อยและจัดตั้งง่ายที่สุดรูปแบบหนึ่ง แต่ก็มีเงื่อนไขเรื่องความรับผิดที่ต่างจากบริษัทจำกัดอย่างมีนัยสำคัญ บทความนี้อธิบายว่าห้างหุ้นส่วนสามัญคืออะไร มีกี่แบบ ต่างจากห้างหุ้นส่วนจำกัดตรงไหน ต้องเตรียมเงินและเอกสารอะไร รวมถึงภาระด้านบัญชีและภาษีที่ตามมาหลังจัดตั้ง


ห้างหุ้นส่วนสามัญ

หสม. หรือ ห้างหุ้นส่วนสามัญ คือ อะไร

ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือที่ย่อว่า หสม. คือรูปแบบธุรกิจที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปตกลงลงทุนร่วมกันเพื่อทำกิจการและแบ่งกำไรกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะสำคัญที่ใช้แยกห้างหุ้นส่วนสามัญออกจากรูปแบบอื่นคือ ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันในหนี้สินของห้างโดยไม่จำกัดจำนวน หมายความว่าหากกิจการมีหนี้เกินกว่าทรัพย์สินของห้าง เจ้าหนี้สามารถเรียกจากทรัพย์สินส่วนตัวของหุ้นส่วนได้ จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุดคือ ห้างหุ้นส่วนสามัญแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งมีภาระทางกฎหมายและภาษีต่างกันมาก

แบบไม่จดทะเบียน

เกิดขึ้นได้ทันทีเมื่อมีข้อตกลงร่วมกันทำธุรกิจ ไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคลแยกจากตัวหุ้นส่วน จึงไม่ต้องนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ด้านภาษีจะถูกจัดเก็บในฐานะห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล ซึ่งคำนวณตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แบบนี้เหมาะกับกิจการเล็กมากที่รายได้ยังไม่สูงและคู่ค้าไม่เรียกเอกสารในนามนิติบุคคล

แบบจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

เมื่อจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว จะกลายเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล มีสภาพเป็นนิติบุคคลแยกจากตัวหุ้นส่วน ทำสัญญาและถือทรัพย์สินในนามของห้างได้ แต่ก็มาพร้อมหน้าที่เต็มรูปแบบ คือต้องจัดทำบัญชี นำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไม่ว่าจะจดทะเบียนหรือไม่คือ หุ้นส่วนทุกคนยังคงรับผิดในหนี้สินไม่จำกัดจำนวนเหมือนเดิม การจดทะเบียนช่วยเรื่องความน่าเชื่อถือและการทำธุรกรรม แต่ไม่ได้จำกัดความรับผิดให้

ห้างหุ้นส่วนสามัญ ต่างจาก หจก. อย่างไร

ทั้งสองรูปแบบใช้คำว่าห้างหุ้นส่วนเหมือนกันจนสับสนได้ง่าย แต่ต่างกันที่โครงสร้างความรับผิด ห้างหุ้นส่วนสามัญมีหุ้นส่วนประเภทเดียว คือรับผิดไม่จำกัดทุกคน ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือ หจก. มีหุ้นส่วน 2 ประเภทอยู่ร่วมกัน ได้แก่ หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด ซึ่งรับผิดไม่เกินเงินที่ตกลงลงทุน กับหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจจัดการห้าง อีกจุดที่ต่างคือ หจก. ต้องจดทะเบียนเสมอจึงจะเกิดขึ้นได้ตามกฎหมาย ขณะที่ห้างหุ้นส่วนสามัญจะจดหรือไม่จดก็ได้ โดยสรุป ถ้ามีคนร่วมลงทุนที่ต้องการใส่เงินอย่างเดียวโดยไม่อยากรับความเสี่ยงเกินเงินลงทุน หจก. จะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าทุกคนลงแรงร่วมบริหารและยอมรับความเสี่ยงเท่ากัน ห้างหุ้นส่วนสามัญก็เพียงพอ ดูรายละเอียดของอีกรูปแบบได้ที่บทความ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.)

ข้อดีของห้างหุ้นส่วนสามัญ

ข้อได้เปรียบหลักคือต้นทุนและความยืดหยุ่น ไม่มีข้อกำหนดเรื่องทุนขั้นต่ำ ทำให้เริ่มต้นได้ด้วยเงินเท่าที่มี และค่าธรรมเนียมจัดตั้งต่ำกว่าการเปิดบริษัทจำกัดอย่างชัดเจน โครงสร้างการตัดสินใจก็เรียบง่ายกว่า ไม่ต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นหรือทำรายงานการประชุมตามรูปแบบที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับบริษัทจำกัด ทำให้ปรับตัวได้เร็วในช่วงที่ธุรกิจยังต้องทดลองตลาด สำหรับแบบที่ไม่จดทะเบียน ภาระด้านเอกสารยังน้อยเป็นพิเศษ เพราะไม่ต้องนำส่งงบการเงินประจำปีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงประหยัดทั้งเวลาและค่าบริการทางบัญชีในช่วงเริ่มต้น

ข้อเสียและความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดคือความรับผิดไม่จำกัด หากกิจการมีหนี้สินเกินกว่าทรัพย์สินของห้าง เจ้าหนี้เรียกจากทรัพย์สินส่วนตัวของหุ้นส่วนได้ และเป็นความรับผิดร่วมกัน หมายความว่าหุ้นส่วนคนหนึ่งอาจต้องรับภาระหนี้ที่เกิดจากการตัดสินใจของอีกคนได้ ความเสี่ยงรองลงมาคือข้อพิพาทระหว่างหุ้นส่วน เพราะการบริหารต้องอาศัยความเห็นร่วมกัน หากไม่มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรว่าใครรับผิดชอบเรื่องใด แบ่งกำไรอย่างไร และจะออกจากหุ้นส่วนได้ในเงื่อนไขใด ปัญหามักปะทุตอนธุรกิจเริ่มมีกำไรหรือขาดทุนหนัก นอกจากนี้การระดมทุนทำได้ยากกว่า เพราะนักลงทุนภายนอกมักต้องการโครงสร้างที่ความรับผิดจำกัดและโอนสัดส่วนการลงทุนได้สะดวก วิธีลดความเสี่ยงที่ทำได้จริงคือ จัดทำสัญญาห้างหุ้นส่วนเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่วันแรก ระบุสัดส่วนการลงทุน การแบ่งกำไรขาดทุน อำนาจการตัดสินใจ และวิธีเลิกหรือถอนตัวให้ครบ พร้อมแยกบัญชีธนาคารของกิจการออกจากบัญชีส่วนตัวเพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้

ขั้นตอนจดห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล

ขั้นแรกคือตกลงรายละเอียดระหว่างหุ้นส่วนให้จบก่อน ทั้งชื่อห้าง ที่ตั้งสำนักงาน วัตถุประสงค์ของกิจการ จำนวนเงินลงทุนของแต่ละคน และผู้ที่จะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ

ขั้นที่สองคือจองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชื่อต้องไม่ซ้ำหรือใกล้เคียงกับนิติบุคคลที่มีอยู่แล้ว

ขั้นที่สามคือเตรียมเอกสาร ได้แก่ คำขอจดทะเบียน รายการจดทะเบียนจัดตั้ง สำเนาบัตรประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน แผนที่ตั้งสำนักงาน และหลักฐานการยินยอมให้ใช้สถานที่

ขั้นที่สี่คือยื่นจดทะเบียน ซึ่งทำได้ทั้งที่สำนักงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและผ่านระบบ e-Registration แบบออนไลน์ เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนแล้วจะได้รับหนังสือรับรองการจดทะเบียน

ขั้นสุดท้ายคือขึ้นทะเบียนที่เกี่ยวข้องหลังจัดตั้ง เช่น ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี เปิดบัญชีธนาคารในนามห้าง และหากคาดว่ารายได้จะเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรด้วย

ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม

ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนตามอัตราของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่ที่ 1,000 บาท และหากยื่นผ่านระบบ e-Registration จะได้รับส่วนลดตามที่กรมกำหนด ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดที่เว็บไซต์ dbd.go.th ก่อนดำเนินการ นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมราชการ ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ควรกันงบไว้ ได้แก่ ค่าหนังสือรับรองและค่าคัดสำเนาเอกสาร ค่าตรายาง ค่าบริการจัดทำบัญชีรายเดือนหากไม่ได้ทำเอง และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสถานที่ตั้งสำนักงานหากต้องเช่า [รอเจ้าของยืนยัน: อัตราค่าบริการของสำนักงาน] ข้อควรระวังคือ ค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าค่าจัดตั้งมักเป็นค่าดูแลรายปี ทั้งการทำบัญชี ปิดงบการเงิน และการยื่นแบบภาษี ซึ่งเกิดขึ้นทุกปีตราบที่ยังไม่จดเลิก จึงควรประเมินตั้งแต่ก่อนตัดสินใจว่ารายได้ที่คาดไว้คุ้มกับภาระประจำปีหรือไม่


ภาษีและบัญชีที่ต้องดูแลหลังจดทะเบียน

เมื่อจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว หน้าที่ทางบัญชีและภาษีจะเท่ากับนิติบุคคลรูปแบบอื่นเกือบทั้งหมด ด้านบัญชี ต้องจัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และเก็บรักษาบัญชีพร้อมเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี ด้านการนำส่งงบการเงิน ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนต้องนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 5 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี หากรอบบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม กำหนดส่งคือภายในวันที่ 31 พฤษภาคมของปีถัดไป การนำส่งล่าช้ามีค่าปรับตามอัตราที่กรมกำหนด และค่าปรับตกทั้งกับตัวห้างและหุ้นส่วนผู้จัดการ ด้านภาษี ต้องยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี และยื่นแบบครึ่งปี ภ.ง.ด.51 ตามกำหนด รวมถึงหน้าที่ประจำเดือนอย่างการนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่มหากจดทะเบียนไว้ หากมีภาษีต้องชำระแล้วยื่นล่าช้า จะมีเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน โดยเงินเพิ่มที่คำนวณได้จะไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสีย เรื่องผู้สอบบัญชี ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่มีทุน สินทรัพย์ และรายได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กฎกระทรวงกำหนด ได้รับยกเว้นไม่ต้องจัดให้งบการเงินได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต แต่ยังคงมีหน้าที่จัดทำและนำส่งงบการเงินตามปกติ ควรตรวจสอบเกณฑ์ล่าสุดกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อนวางแผนประจำปี


สรุป เริ่มต้นอย่างไรให้ถูกต้อง

ห้างหุ้นส่วนสามัญเหมาะกับกิจการที่เริ่มด้วยทุนไม่มาก หุ้นส่วนไว้ใจกันและร่วมบริหารด้วยกันจริง แลกกับการยอมรับความรับผิดไม่จำกัดในหนี้สินของกิจการ ก่อนตัดสินใจ ควรตอบสามคำถามให้ได้ก่อน หนึ่งคือกิจการมีความเสี่ยงที่จะก่อหนี้สูงหรือไม่ สองคือคู่ค้าและลูกค้าต้องการเอกสารในนามนิติบุคคลหรือไม่ และสามคือรายได้ที่คาดไว้คุ้มกับภาระบัญชีและภาษีประจำปีหรือไม่ ถ้าคำตอบเอนไปทางความเสี่ยงสูงหรือต้องการความน่าเชื่อถือมาก การเปิดบริษัทจำกัดอาจเหมาะกว่าตั้งแต่ต้น เมื่อตัดสินใจแล้ว ให้ทำสัญญาห้างหุ้นส่วนเป็นลายลักษณ์อักษร แยกบัญชีธนาคารของกิจการออกจากบัญชีส่วนตัว และวางระบบบัญชีตั้งแต่เดือนแรก เพื่อไม่ต้องมาไล่เก็บเอกสารย้อนหลังตอนปิดงบ หากต้องการให้ทีมงานช่วยดูแลตั้งแต่ขั้นตอนจัดตั้งไปจนถึงการทำบัญชีและยื่นภาษีประจำปี ดูรายละเอียดได้ที่ บริการเปิดบริษัทและจดห้างหุ้นส่วน ข้อมูลอ้างอิง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 14 ประมวลรัษฎากร มาตรา 27 และอัตราค่าธรรมเนียมของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่ dbd.go.th และ rd.go.th



ห้างหุ้นส่วนสามัญ

ความคิดเห็น


bottom of page